แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Hanako5

หน้า: [1] 2 3 ... 95
1



เยลลี่ “ปีโป้” เป็นหนึ่งในสินค้าและแบรนด์เรือธวของ บริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญของตลาดขนม โดย “ปีโป้” มีฐานผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยเด็ก วัยทีนหรือวัยรุ่น เป็นหลัก จะเห็นว่าในการสื่อสารการตลาด ช่วงเวลาที่แบรนด์จะยึดเพื่อสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภครับรู้จะเป็นช่วงเวลาเช้า ที่มีรายการเด็ก โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ที่มีการ์ตูนเอาใจคุณหนูๆน้องๆเป็นส่วนใหญ่ 

ทว่า ปัจจุบันการดื่มด่ำตัวเลขเติบโตทางธุรกิจอยู่ในขอบเขตกลุ่มเป้าหมายหลักเดิมๆที่มี ไม่เพียงพอ และการทำตลาดโดยอาศัยจุดแข็งของแบรนด์ตนเองฝ่ายเดียวคงไม่ได้ หมดยุคโชว์เดี่ยวหรือ One Man Show อีกต่อไป ยิ่งในยุคโรคโควิด-19 ระบาด หลายธุรกิจ สินค้ายอดขายหดตัว ต้องหันมาประหยัดงบประมาณ ดูแลบริหารจัดการต้นทุนให้ดี หาก “ผนึกพันธมิตร” เพื่อแชร์ทรัพยากร สินทรัพย์ที่มี ต่อยอดธุรกิจ เกิด Win-win strategy ย่อมเป็นเรื่องดี 

“ปีโป้” เป็นอีกแบรนด์ที่เดินหน้าใช้กลยุทธ์ความร่วมมือ(Collaboration)กับแบรนด์สินค้าอื่นที่มีความแข็งแรง มีโจทย์และเป้าหมายธุรกิจเดียวกัน มาร่วมสร้างสีสันให้เกิดขึ้นในตลาด ล่าสุดกับการจับมือเครื่องดื่มชูกำลัง “M-150” ของค่าย “โอสถสภา” ออกเยลลี่ “ปีโป้กลิ่น M-150” เข้าทำตลาดแบบลิมิเต็ด เอดิชั่น 

“ปีโป้ X M-150” จะเกิด Win-win อะไรบ้าง กรุงเทพธุรกิจ ชวนวิเคราะห์จุดแข็งของทั้ง 2 แบรนด์ คือการเป็น “ผู้นำตลาด” ในเซ็กเมนต์ที่ตัวเองอยู่นั่นคือ เยลลี่และเครื่องดื่มชูกำลัง และมีฐานผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายใหญ่ที่ “แตกต่างกัน” 

ผู้บริโภคเยลลี่ คือวัยเด็ก วัยรุ่น ส่วนเครื่องดื่มชูกำลัง M-150 เป็นวัยทำงาน โดยเฉพาะชนชั้นแรงงาน แต่หลายปีที่ผ่านมา แบรนด์เลือกพี่ตูน บอดี้สแลม เป็นพรีเซ็นเตอร์ ใช้กลยุทธ์การตลาดทางดนตรี(Music Marketing) รวมถึงการตลาดเชิงกีฬา(Sport Marketing) สร้างการรับรู้ ชูภาพลักษณ์แบรนด์สู่คนรุ่นใหม่ เป็นการขยายฐานที่กว้างขึ้น เมื่อ 2 แบรนด์โคจรมา Collaboration กัน จึงทำให้ช่วยขยายฐานกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะกับ “ปีโป้” สอดคล้องกับภารกิจแบรนด์ที่ย้ำว่าเป็นสินค้าไม่ว่าเจนเนอเรชั่นไหนก็อร่อยได้


แม้ทุกคนจะเคยผ่านวัยเด็ก วัยรุ่น และรับประทานเยลลี่ปีโป้มาก่อน แต่เมื่อเติบโตจนถึงวัยผู้ใหญ่ การบริโภคสินค้าดังกล่าวจะลดลง หันไปบริโภคสินค้าอื่นๆที่มีความหลากหลาย ตอบไลฟ์สไตล์ตามแต่ละช่วงอายุแตกต่างกันไป 


เมื่อทุกคนต่างรู้จัก รับรู้แบรนด์เยลลี่ ปีโป้ อย่างดี แต่การจะบริโภคทุกวัน ถี่เหมือนวันเด็ก วัยรุ่นคงไม่ได้ หากแบรนด์ต้องการกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลับมาทานเยลลี่เหมือนวันวานต้องออกสินค้าใหม่สร้างความตื่นเต้น หนุนให้เกิดการ “ทดลอง” สินค้า ซึ่ง “ปีโป้ กลิ่น M-150” เป็นคำตอบที่แบรนด์เลือกทำตลาด เพราะวัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ อาจต้องการย้อนสู่วัยใส 14 อีกครั้ง และไม่ต้องทานแค่ “ปีโป้” กลิ่น รสชาติทั่วไปที่มีในตลาด แต่ต้องเป็นสิ่งที่แบรนด์สร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ 

ส่วน M-150 ได้สร้างโอกาสใหม่ ในการขยายตลาดต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ไม่ใช่เครื่องดื่มชูกำลัง แต่สามารถผสานในหมวดขนม หรืออาจเป็นหมวดอื่นๆได้ด้วย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์จะหา “ช่องว่างและโอกาส” ทางการตลาดให้เจอ เพื่อเพิ่มการขายสินค้าให้หลากหลาย ผลักดันการเติบโตต่อไป  

อย่างไรก็ตาม ก่อนสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด ยูโรเปี้ยนฟู้ด ได้ปลุกกระแสนำร่องผ่านโลกออนไลน์ ถึงการ Collaboration กับพันธมิตรใหม่ เพื่อหยั่งเสียงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหลายคนตั้งตารอ ทันทีที่ปล่อยสินค้าออกมา ผลตอบรับถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี 

สำหรับ “ปีโป้ กลิ่น M-150” ผลิตจำหน่ายแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น ขนาดบรรจุ 50 ถ้วย ในราคา 99 บาท  จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ช้อปปี้ ลาซาด้า, เจดี, โรบินฮู้ด, ไลน์และเฟซบุ๊กของ ยูโรเปี้ยนฟู้ด เป็นต้น 

กระแสของ “ปีโป้” ไม่เคยจางหายไปจากตลาด เพราะผู้บริโภคที่เคยซื้อสินค้าจะรู้ดีว่า “ปีโป้” มี 5 สี ได้แก่ สีแดง (สตรอว์เบอร์รี) และสีส้ม (ส้ม) สีเขียว (แอปเปิ้ล), สีขาว (ลิ้นจี่), สีม่วง (องุ่น) แต่บางครั้งผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผสมกับเครื่องดื่มปั่นอื่นๆ มักจะอดทาน ปีโป้สีม่วง จนเกิดการทวีตบนทวิตเตอร์ เกิดไวรัส #saveปีโป้ม่วง ทำให้แบรนด์ยังอยู่ในสายตา การรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายเสมอ

 นอกจากการ Callaboration กับ M-150  ที่ผ่านมายังมี ปีโป้โยเกิร์ต สร้างสีสัน ความตื่นเต้นให้ตลาดเยลลี่ ยิ่งกว่านั้นกลยุทธ์ความร่วมมือยังปูทางสู่การผลักดันยอดขายให้เติบโตแก่ทั้ง 2 แบรนด์ด้วย 


นอกจากยูโรเปี้ยนฟู้ด จะมีปีโป้ เป็นแบรนด์เรือธง แต่พอร์ตโฟลิโอสินค้าที่บุกตลาดขนมมีมากมาย เช่น ลูกอม Hitto, เวเฟอร์ปักกิ่ง, เค้กเอลเซ่ และเวเฟอร์ชนิดแท่งสอดไส้ครีม โจโจ้ เป็นต้น 

2
#มีดโกนหนวด #โกนหนวด #ใบมีดโกนหนวด #มีดโกนขน #โกนขน #ด้ามโกนหนวด

3
ซ่อมหลังคาเขตสมุทรปราการ

4


“พี่เช Teen Club” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ 7 สาววงไอดอลกรุ๊ป “PSYCHE” (ไซคี) ที่เพิ่งปล่อยเพลงซิงเกิ้ลแรก “CUPID” ออกมากระชากใจเหล่าแฟนคลับด้วยเสียงหวาน ๆ ปนเท่ ในสไตล์เพลงป๊อปฟังง่าย

ทั้ง 7 สาว “ถุงแป้ง-บีม-เฟิร์น-มายด์-จีจี้-เมี่ยวหลิง-สมายด์” เล่าให้ฟังว่า เพลง CUPID พูดถึงการแอบรักที่ไม่ยอมบอกเขาสักที ได้แต่หนีไปหาหมอดู แถมในเพลงยังชี้เป้าจุดขอพรความรักทั้งไทยและเทศ สำหรับคนโสดที่อยากหาคู่ หรือคนที่อยากสมหวังในความรัก ห้ามพลาดเพลงนี้โดยเด็ดขาด

ไปฟังสาว ๆ พูดถึงเพลง CUPID กันเลย

ถุงแป้ง


“สวัสดีค่ะ ถุงแป้งนะคะ ก่อนอื่นก็ฝากไปฟังเพลง CUPID กันเยอะ ๆ เลยย ถ้าชอบก็บอกต่อกันด้วยนะงับ หนูตั้งใจมาก ๆ ถึงจะมีอุปสรรคไปบ้าง แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีเลย หนูได้ถ่าย vlog บรรยากาศวันอัดเพลงไว้ด้วย ถ้าทำเสร็จแล้วมาดูกันนะคะว่าจะสนุกกันขนาดไหนนน สุดท้ายนี้ฝากเพลง Cupid เดบิวต์ซิงเกิ้ลของพวกเราไว้ในใจทุกคนด้วยนะคะ มันดีมากจริง ๆ นะ55555 ในอนาคตก็จะมีผลงานใหม่ ๆ เพลงใหม่ ๆ ให้ติดตามเรื่อย ๆ แน่นอน ทุกคนจะไม่ผิดหวังงงง (สามารถฟังได้ในสตรีมด้วยน้า)”

บีม


“สวัสดีค่ะ บีมจากวงไซคีค่ะ ต้องบอกก่อนเลยว่านี่เป็นเพลงแรกในชีวิตบีมเลยค่ะ รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ๆ หลังจากที่ได้ฟัง Backing Track และอ่านเนื้อเพลงครั้งแรกต้องร้อง…ว้าวว!! ออกมาเลย คือเพลงน่ารักมากก ๆ บีมชอบความหมายของเพลงมากค่ะ เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่ทุกคนต้องประสบกับปัญหานี้เลย อยากรู้ใช่ไหมคะว่ายังไง? ต้องไปฟังกันแล้วค่ะ! เพลงชื่อว่า Cupid เป็น Debut Single ของพวกเราเย้!  ที่ขาดไม่ได้เลย ต้องขอบคุณพี่ Sound engineer พี่ ๆ ทุกฝ่ายที่ทำให้เกิดเพลงนี้ออกมาให้ทุกคนได้ฟังกัน และพี่ ๆ น้อง ๆ ในวงทุกคนเลยนะคะ พวกเราพยายามกันเต็มที่มาก ๆ หวังว่าทุกคนจะชอบและ support พวกเราไปนาน ๆ เลยนะคะ”

เฟิร์น


“จริง ๆ แล้ว เฟิร์นรู้สึกว่าตัวเองร้องเพลงไม่เก่งเอามาก ๆ พอเป็นเพลงแรกเลยรู้สึกกดดันแบบสุด ๆ เลยค่ะ เพราะอยากจะให้มันออกมาดีที่สุดสมกับที่รอคอยกันมา บรรยากาศในห้องอัดตอนแรกเลยค่อนข้างใหม่ ตื่นเต้น และกดดันตัวเองนิดนึง แต่ว่าทั้งพี่ sound engineer ทั้งเพื่อน ๆ ในวงช่วยกัน Ice breaking เลยผ่อนคลายลงไปมาก ๆ แล้วก็สนุกมาก ๆ เลย ฝาก 1st Debut Single ของไซคีด้วยนะคะ ตั้งใจมาก ๆๆ ตั้งใจกว่านี้ไม่ได้แล้ว 5555 ฟังเพลงให้ enjoy นะคะ เพลงสนุกสนานและสดใสมาก ๆ หวังว่าจะได้ขึ้นสเตจพร้อมกับเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ทุกคนรอคอยค่ะ ระหว่างนี้ก็ปั่นวิววนไปปป ฟังบ่อย ๆ จนร้องท่อนแร็พได้เลยนะ หนูตั้งใจแร็พสุด ๆ”

มายด์


“สวัสดีค่ะ มายด์ นะคะ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนเพลงของพวกเรา Psyche นะคะ พวกเราก็เป็นวงไอดอลน้องใหม่เล็ก ๆ ที่อยากจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างเต็มที่ และสร้างผลงานให้กับทุกคน เพลงนี้ก็เป็นเพลงเดบิวต์แรกของพวกเรา เป็นครั้งแรกของมายด์ที่ได้เข้าห้องอัดด้วยค่ะ และเป็นคนแรกที่ได้อัดด้วย ตื่นเต้นมากก ใจนี่ดังตุ๊บ ๆ แต่ก็ผ่านไปได้ เพราะพี่ ๆ ให้กำลังใจกัน รวมถึงพี่ ๆ ที่ studio ด้วยค่ะ และผลงานก็ออกมาเป็นที่พอใจ ปลื้มปริ่มมาก ๆ เลยค่ะ ขอขอบคุณทุก ๆ คนอีกครั้งนะคะ รวมถึงแฟนคลับที่ติดตามเรามาตั้งแต่แรก ถ้าพวกเราไม่มีแฟนคลับและทุกคน เพลงนี้ก็คงไม่สามารถออกมาให้ทุกคนได้ฟังแบบนี้ สุดท้ายนี้ ขอฝากเพลง Cupid ของพวกเรา Psyche นะคะ มาเสี่ยงดวงกันเถอะ!”

จีจี้


“สวัสดีค่าา จี้จากวงไซคี นะคะ ตอนนี้พวกเราไซคี ก็เพิ่งปล่อย Debut Single-Cupid ออกมานะคะ! เพลงนี้ถือเป็นครั้งแรกของจี้เลยที่ได้เข้าห้องอัดค่ะ ซึ่งวันที่เข้าไปห้องอัดเพลง สำหรับจี้นะ บอกเลยว่า ทั้งสนุก ตื่นเต้น และกดดันมาก ๆๆๆๆๆๆ
หนูต้องขอบคุณเพื่อน ๆ ในวง พี่โปรดิวเซอร์ และพี่ ๆ Sound Engineer ทุกคนที่คอยช่วย คอยผลักดัน คอยสนับสนุน และให้กำลังใจทุก ๆ อย่าง ทำให้เราอัดเพลงนี้ออกมากันได้สมบูรณ์แบบที่สุด ณ ช่วงเวลานั้น ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี และแฮปปี้มาก ๆ ค่ะ ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ติดตามจี้ และ พวกเราไซคีนะคะ ยังไงก็ฝากติดตามเพลง Cupid-Debut Single ของพวกเราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบ และร้องเพลงของเราได้แบบขึ้นใจในเร็ววันนี้ค่าาา”

เมี่ยวหลิง


“สวัสดีค่า เมี่ยวหลิงนะคะ เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับเพลงเดบิวต์ของพวกเรา หลิงต้องขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยนะคะ ที่คอยสนับสนุน เป็นกำลังใจให้พวกเรามาตลอดจนถึงวันนี้ ผลงานเพลงแรกนี้ พวกเรา Psyche ตั้งใจแล้วก็พยายามทำกันมาก ๆ เลยค่ะ เป็นเพลงน่ารัก ๆ แนวสดใส ฟังแล้วใจฟูยิ่งกว่าก้อนเมฆ น่าจะถูกใจคนที่กำลังมีความรักแน่เลย หวังว่าจะได้เจอทุกคน แล้วก็ได้ขึ้น Stage Performance เร็ว ๆ นี้หลังจากสถานการณ์โควิดดีขึ้นนะคะ สุดท้ายนี้สำหรับใครที่ยังไม่ได้ฟังเพลง Cupid นะคะ สามารถเข้าไปฟังได้ใน youtube, Apple music, Spotify, Joox, Deezer เลยค่า แล้วก็ฝากติดตามวงไอดอลน้องใหม่ Psyche ของเรากันด้วยนะคะ เดี๋ยวจะมีผลงานใหม่ ๆ ออกมาให้ฟังกันอีกแน่นอนค่า”

สมายด์


“สวัสดีค่ะ สมายด์ไซคีค่ะ เจ้าเด็กน้อยเองงับ ก่อนอื่นเลย ปกติแล้วสมายด์เองเข้าห้องอัดเพลงบ่อยอยู่แล้วค่ะ แต่พอมาเป็นเพลงนี้ต้องร้องกับพี่ ๆ แล้วก็เป็นเพลงเดบิวต์ อยากจะบอกว่าตอนแรกเนี่ยกดดันตัวเองมากค่ะ เพราะเราเป็นคนรู้สึกว่าเนื้อเสียงเราแตกต่างจากพี่ ๆ มาก กลัวจะออกมาไม่ดี แต่พอไปถึงห้องอัด มีกำลังใจมากขึ้น พี่ ๆ คอยให้กำลังใจ และก็มีความสุขกับการอัดเพลงมาก ๆ ค่ะ ก็ต้องขอบคุณพี่ทุกคนเลย ทั้งพี่ Producer พี่ ๆ Sound engineer และพี่ ๆ ในวง PSYCHE ที่น่ารักทุกคนเลยนะค้าบ และก็ขอบคุณแฟนคลับหลาย ๆ คนที่ค่อยซัพพอร์ตด้วยนะค้าบ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ฟัง ต้องไปฟังแล้วนะ เพลง CUPID ของพวกเรา PSYCHE ด้วยนะค้าบ ก็อยากจะให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ มาฟังกันเยอะ ๆ ฝากติดตามพวกเราด้วยนะค้าบบบ”

ไปฟังเพลง CUPID กันเลย…


ไปทำความรู้จักสาว ๆ PSYCHE กันให้มากขึ้น
 Thoongpaeng Psyche (ถุงแป้ง)
สีประจำตัว : สีเหลือง
เกิดวันที่ 30.12
IG : @Thoongpaeng.PsycheOfficial
FB Page : https:// www.facebook.com/Thoongpaeng.psycheofficial/

 Beam Psyche (บีม)
สีประจำตัว : สีส้ม
เกิดวันที่ 10.10
IG : @Beam.PsycheOfficial
FB Page : https:// www.facebook.com/Beampsycheofficial-107217418100686/

 Phern Psyche (เฟิร์น)
สีประจำตัว : สีชมพู
เกิดวันที่ 22.12
IG : @Phern.PsycheOfficial
FB Page : https:// www.facebook.com/Phernpsycheofficial-105148988283015/

 Mind Psyche (มายด์)
สีประจำตัว : สีฟ้า
เกิดวันที่ 21.10
IG : @Mind.PsycheOfficial
FB Page : https:// www.facebook.com/Mindpsycheofficial-100602602078490

 Jiejyy Psyche (จีจี้)
สีประจำตัว : สีน้ำตาล
เกิดวันที่ 03.09
IG : @Jiejyy.PsycheOfficial
FB Page : https:// www.facebook.com/jiejyy.psycheofficial

 Miaolhing Psyche (เมี่ยวหลิง)
สีประจำตัว : สีดำ
เกิดวันที่ 11.07
IG : @Miaolhing.PsycheOfficial
FB Page : https:// www.facebook.com/ml.psycheofficial

 Smile Psyche (สมายด์)
สีประจำตัว : สีแดง
เกิดวันที่ 21.12
IG : @Smile.PsycheOfficial
FB Page : https:// www.facebook.com/Smilepsycheofficial-102138322070977
 

5



ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะแดดแรงแค่ไหนหรือไม่มีแดดเลยก็ควรต้องทาเพื่อป้องกันไม่ให้ผิว หน้าโดนทำร้ายจากแสงและยังช่วยปกป้องผิวจากสัญญาณทั่วไป เช่น ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ริ้ว รอย ดังนั้นขั้นตอนการทาครีมกันแดดไม่อาจละเลยได้ ซึ่งครีมกันแดดนั้นไม่เหมือนกับผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อื่น ๆ เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ หรือ เซรั่ม ที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวภายในไม่กี่วินาที หลายคนมีปัญหาทาครีมกันแดดทุกวันแต่ทำไมผิวหน้าแอบไหม้ นั้นแปลว่าคุณกำลังทาครีมกันแดดผิดวิธี

ถึงครีมบำรุงจะมีส่วนผสมของเอสพีเอฟ แต่ก็อย่าลืมที่จะทาครีมกันแดด ปัจจุบันแม้มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของเอสพีเอฟมากมาย แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีเท่ากับครีมกันแดด ถ้าสาว ๆ เห็นผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่มีส่วนผสมของเอสพีเอฟก็อย่าชะล่าใจให้นำมาใช้ควบคู่กับครีมกันแดดจะดีที่สุด โดยเกลี่ยครีมกันแดดให้ทั่วหน้าแล้วรอให้ซึมเข้าสู่ผิว การทาครีมกันแดดให้ทั่วหน้าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่า หน้าจะได้รับการป้องกัน อย่างเต็มที่ ทาครีมให้ทั่วใบหน้า คอ หู และริมฝีปากแล้วเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าจากนั้นรอให้ครีมซึมเข้าสู่ผิวก่อนสัก 20 นาที หลังจากนั้นสามารถแต่งหน้าต่อได้เลย หรือในวันสบาย ๆ ไม่อยากแต่งหน้าก็แค่ทาครีมกันแดดแล้วรอสัก 20 นาที ก็พร้อมออกจากบ้านได้เลย


ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เมื่อต้องอยู่กลางแจ้งทั้งวัน! สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ต้องอยู่กลางแจ้งและโดนแสงแดดโดยตรง จำเป็นมากที่ต้องทาครีมกันแดดซ้ำ ทุก 2-3 ชั่วโมง แต่ก็มีไม่กี่คนหรอกที่จะทากันแดดระหว่างวันจริงมั้ย? เพราะจะไปทำลายเครื่องสำอางของเรา แต่มีตัวเลือกที่สามารถทาครีมกันแดดระหว่างวันได้โดยไม่ทำร้ายเครื่องสำอางคือ การใช้สเปรย์กันแดด หรือสาว ๆ คนไหนที่แต่งหน้าหนาก็ให้ใช้แป้งฝุ่น ที่มีส่วนผสมของเอสพีเอฟแทนก็ได้นะ เห็นอย่างนี้แล้วการทาครีมกันแดดก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่ต้องใช้เวลาให้ครีมซึมเข้าสู่ผิวก่อน

ถ้าอยากมีผิวที่สวยก็ต้องใจเย็นกันนะคะสาว ๆ

https:// www.dailynews.co.th/news/112279/

6



นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการแพร่ระบาดมากขึ้น ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่สถานพยาบาลที่รองรับการรักษาผู้ป่วยมีไม่เพียงพอ

ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด 19  ในรูปแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolationของกระทรวงสาธารณสุข และคำสั่งนายทะเบียนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)  ตลอดจนเป็นการมอบความอุ่นใจ รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิต ด้วยการดูแลที่ครอบคลุม พร้อมรองรับสถานการณ์ในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสมนั้น 

ล่าสุด  บริษัทฯ ได้ขยายความคุ้มครองการจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีความคุ้มครองสุขภาพทุกแบบที่มีค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD)  ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) และชดเชยรายวัน ในกรณีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 และแพทย์ผู้ดูแลรักษาของหน่วยบริการสาธารณสุขเห็นสมควรให้สามารถแยกกักตัวในที่พัก (Home Isolation) หรือแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ได้ ตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด


ทั้งนี้บริษัทฯ จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดโควิด 19  ที่เข้าระบบการรักษาในรูปแบบ
Home Isolation หรือแบบ Community Isolation  ในกรณีที่เข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน โดยจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินจำนวนผลประโยชน์สำหรับค่าใช้จ่าย ซึ่งเกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลตามที่ระบุไว้ในตารางผลประโยชน์ของกรมธรรม์ประกันภัย 

สำหรับการจ่ายค่าชดเชยรายวันสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด 19 ผู้เอาประกันภัยต้องมีเอกสารที่แสดงว่าเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด 19 โดยแพทย์ผู้ดูแลรักษา และมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาล แต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ  โดยบริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยรายวันไม่เกิน 14 วันนับแต่วันที่ปรากฎในหลักฐานที่แสดงถึงความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ในสถานพยาบาลแต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ

 
“เรายังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานภายใต้นโยบาย “MTL Trusted Lifetime Partner” ที่พร้อมดูแลและเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต ซึ่งการขยายความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลสำหรับลูกค้าที่ติดเชื้อโควิด 19 และได้เข้ารับการดูแลรักษาพยาบาลแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เมืองไทยประกันชีวิต ได้นำออกมาเพื่อสร้างความอุ่นใจและบรรเทาความเดือนร้อนให้กับลูกค้าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19  นี้” นายสาระ กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง 

หมายเหตุ :

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์
อ้างอิงคำนิยาม Home Isolation หรือ Community Isolation ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 43/2564 เรื่อง การจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัย ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และได้เข้ารับการดูแลรักษาพยาบาลแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation สำหรับบริษัทประกันชีวิต ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2564

7



"แบรนด์กีฬา" เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ "แบรนด์แฟชั่น" และหลายแบรนด์ก็มีที่มาที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ด้วยเอกลักษณ์ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือการออกแบบที่ดึงดูดใจตลาดวัยรุ่น

“กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” ชวนดู “10 เบื้องลึกเบื้องหลัง แบรนด์กีฬาท็อปฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมในปี 2564 นี้บ้าง?”


01: ไนกี้ (Nike)

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักแบรนด์ “ไนกี้” (Nike) หนึ่งในแบรนด์เครื่องแต่งกายกีฬาที่มีชื่อเสียงที่สุด และปัจจุบันยังมีการออกแบบสุดว้าว ด้วยเทคนิค-นวัตกรรมที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพให้กับผู้สวมใส่ที่ดีขึ้นทุกวันๆ 

ไนกี้ก่อตั้งเมื่อปี 1964 โดย บิล บาวเวอร์แมน (Bill Bowerman) และฟิล ไนท์ (Phil Knight) โดยชื่อแบรนด์มีแรงบันดาลใจมาจากเทพนิยายกรีก และแบรนด์เป็นที่รู้จักจากสโลแกนคุ้นหูอย่าง “Just Do It” ที่สร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อพลังในการลงมือทำ

ไนกี้โดดเด่นในการออกแบบ “รองเท้าวิ่ง” ที่สุดในตลาดสนีกเกอร์ มีรองเท้าวิ่งหลายรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างไร้กาลเวลา เช่น แอร์ จอร์แดน (Air Jordan) เทรลแมกซ์ (Trailmax) นอกเหนือจากการออกแบบที่ดีแล้ว นวัตกรรมที่ใช้ในการผลิตยังใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ในแง่ของสปอนเซอร์ ไนกี้เป็นแบรนด์ที่มีนักกีฬาที่มีชื่อเสียงตัวใหญ่ๆ หลายคนในวงการกีฬามาทำการโฆษณาให้ ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) ไทเกอร์ วูดส์ (Tiger Woods) หรือ ราฟาเอล นาดาล (Rafael Nadal) อีกทั้งตัวแบรนด์เองยังให้การสนับสนุนกีฬาระดับชาติในหลายๆ ประเทศรวมถึงมีการเคลื่อนไหวในประเด็นทางสังคม ซึ่งได้ฐานกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ตื่นตัวกับเรื่องเหล่านี้ด้วย


02: เอสิกส์ (Asics)

“เอสิกส์”  (Asics) แบรนด์เครื่องแต่งกายกีฬาสัญชาติญี่ปุ่น ก่อตั้งที่โกเบ ปี 1977 โดดเด่นในไลน์สินค้าประเภทรองเท้าผ้าใบและชุดกีฬาซึ่งสวมใส่แล้วสะดวกสบาย ดูกะทัดรัดในแบบเอเชีย

โดยที่มาของชื่อแบรนด์นั้นได้มีความหมายที่ย่อมาจากวลีโบราณที่มีความหมายว่า “หากอธิษฐานต่อพระเจ้า เราควรอธิษฐานเผื่อจิตใจของร่างกายตนเองเพื่อให้แข็งแรงด้วย” (Anima Sana in Corpore Sano) ซึ่งวลีที่ว่านี้ยังเป็นปรัชญาของแบรนด์อีกด้วย 

นอกจากนี้ในงานการแข่งขัน โอลิมปิก 2020 ยังสังเกตเห็นได้ว่า ทีมนักกีฬาจากไชนีสไทเป (Chinese Taipei) ไต้หวัน ได้สวมใส่ชุดแต่งกายแบรนด์กีฬานี้ในช่วงการแข่งขันที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ด้วย


03: อาดิดาส (Adidas)

“อาดิดาส” (Adidas) อีกหนึ่งท็อปแบรนด์กีฬาที่ใครๆ ก็ต้องรู้จักและมีติดบ้าน ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ จาก “แถบสามแถบ” ซึ่งเป็นสไตล์ที่เรียบแต่มีความโดดเด่น ดู “มินิมัล” ซึ่งเป็นรสนิยมประเภทที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยม 

ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 ในส่วนของต้นกำเนิดชื่อแบรนด์ หลายคนอาจยังไม่รู้มาก่อนว่า ที่มาที่แท้จริงของชื่อแบรนด์อาดิดาสนี้ มีต้นตอมาจากชื่อของผู้ก่อตั้งที่ชื่อว่า อดอล์ฟ แดสเลอร์ (Adolf Dassler; Adi) ไม่ได้มีต้นตอที่แท้จริงมาจากคำนี้ “ทั้งวันฉันฝันถึงแต่การเล่นซอคเกอร์” (All Day I Dream About Soccer) ที่มีคนคิดตั้งข้อสงสัยกัน  

ขณะเดียวกันอาดิดาสยังให้การสนับสนุนนักกีฬาเบอร์ใหญ่ระดับโลกด้วย เช่น ลิโอเนล เมสซี (Lionel Messi ) หรือเจมส์ ฮาร์เดน (James Harden) ทั้งนี้ยังให้การสนับสนุนชุดทีมฟุต.ในหลายๆ ประเทศด้วย

และในแง่ของการออกแบบคอลเล็กชั่นที่โด่งดังและมีการพูดถึงคงหลีกหนีไม่พ้นไลน์สินค้า ยีสซี่ (YEEZY) ที่ได้แร็ปเปอร์ชื่อดังอย่าง คานเย เวสต์ (Kanye West) มาร่วมออกแบบด้วย นอกเหนือจากนี้ไลน์สินค้าอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมยังมีอีก เช่น สแตน สมิธ (Stan Smith) และแซมบา (Samba) เป็นต้น


04: หลี่หนิง (Li-Ning)

“หลี่หนิง” (Li-Ning; 李宁有限公司) แบรนด์กีฬาสุดยอดท็อปฮิตในประเทศจีนที่สุดในตอนนี้ ก่อตั้งเมื่อปี 1989 โดยผู้ก่อตั้งที่ชื่อ “หลี่ หนิง” ซึ่งเป็นอดีตนักยิมนาสติก ที่มีฉายาเป็นที่รู้จักในนาม “เจ้าชายแห่งวงการยิมนาสติก” ณ วันนี้ทำกำไรกว่า 4 แสนล้านบาท

โดยผู้ก่อตั้งนั้นได้หันมาทำแบรนด์เมื่อตอนที่ตัดสินใจอำลาวงการกีฬาในวัย 25 ปี เพราะอาการบาดเจ็บเท้าจนไม่สามารถลงแข่งขันได้ และด้วยความมีชื่อเสียงทำให้หลี่หนิงออกมาเปิดแบรนด์ตัวเองต่อหลังจากที่เลิกแข่งกีฬาไป

ตัวแบรนด์ได้รับความนิยมมากขึ้นตั้งแต่ปี 2010 สามารถดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจีนเป็นหลัก รวมถึงกลุ่มผู้ใหญ่ด้วย นอกจากนั้นมีเพียงแค่ 2% เท่านั้นที่เป็นกำไรจากต่างประเทศ 

พร้อมกันนี้แบรนด์หลี่หนิงเองยังได้สนับสนุนนักกีฬาชื่อดังอย่าง ดเวย์น เวด (Dwyane Wade) และล่าสุดในงานโอลิมปิก 2020 นี้ กองทัพนักกีฬาประเทศจีนยังได้ใส่ชุดและเครื่องแต่งกายจากแบรนด์หลี่หนิงในช่วงการแข่งขันด้วย

หากพูดถึงความนิยมแล้ว ต้องไม่พลาดที่จะพูดถึงพระเอกซีรีส์ดังอย่าง “เซียวจ้าน” ที่ตบเท้าเข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์หลี่หนิงไปเมื่อเดือนมีนาคม ปีนี้ด้วย ทำให้กลุ่มวัยรุ่นและแฟนคลับตามแห่กันมาซื้อและใช้สินค้าแบรนด์นี้มากยิ่งขึ้นไปอีก


05: รีบอค (Reebok)

“รีบอค” (Reebok) แบรนด์เครื่องแต่งกายกีฬาสัญชาติอังกฤษ เป็นที่นิยมในหมู่นักวิ่งและคนออกกำลังกายตามฟิตเนส-ยิม โดยเน้นไปที่การออกแบบไลน์สินค้า เสื้อ-กางเกงวิ่ง รองเท้า และอุปกรณ์เสริมในการออกกำลังกายอื่นๆ 

แบรนด์สัญชาติอังกฤษนี้ได้ทำการก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1895 โดยโจเซฟ วิลเลียม ฟอสเตอร์ (Joseph William Foster) โดยความหมายของชื่อแบรนด์สื่อถึง การจุติความสง่างามอย่างรวดเร็วว่องไว 

ทั้งนี้แรกเริ่มเดิมทีแบรนด์รีบอคเป็นที่พูดถึงในเรื่องการออกแบบ “รองเท้าวิ่งที่มีหนามแหลม” เป็นเอกลักษณ์เพื่อใช้ในการออกกำลังกาย ซึ่งทำให้วิ่งได้อย่างปลอดภัยดี


06: อันเดอร์ อาร์เมอร์ (Under Armour)

“อันเดอร์ อาร์เมอร์” (Under Armour) หนึ่งในแบรนด์เครื่องแต่งกายที่นิยมในหมู่คนออกกำลังกาย สัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งในปี 1996 เป็นที่นิยมทั้งในอเมริกา เอเชีย และทั่วโลก เป็นเบอร์รองจากไนกี้

แบรนด์นี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย อดีตนักฟุต.อย่าง เควิน แพลงก์ (Kevin Plank) ซึ่งผุดไอเดียสร้างสรรค์แก้ปัญหาได้ถูกจุดสำหรับผู้เล่นกีฬาในสถานที่โล่งแจ้งที่ต้องมีเหงื่อออกมาก โดยเควินได้ออกแบบเสื้อกล้ามที่มีคุณสมบัติในการซับเหงื่อที่เป็นที่ตื่นตาตื่นใจในตอนนั้น 

ในส่วนของต้นตอที่มาของชื่อแบรนด์ อันเดอร์ อาร์เมอร์ ผู้ก่อตั้งเดิมทีต้องการใช้ชื่อแบรนด์ว่า “บอดี้ อาร์เมอร์” (Body Armour) แต่มีปัญหาเรื่องเครื่องหมายทางการค้าจึงได้ตัดสินใจเลือกใช้ชื่อแบรนด์ว่า “อันเดอร์ อาร์เมอร์” แบบที่ทุกคนรู้จักกัน ณ วันนี้

8
Kato Academy สอนเฟสบุ๊ค โฟโต้ช๊อป ถ่ายรูป ตัวต่อตัว/กลุ่ม
https://www.facebook.com/katostock

11
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด กนง.'คงดอกเบี้ย0.50%'ในการประชุม4ส.ค.64


"ศูนย์วิจัยกสิกรไทย"ประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 4 ส.ค. นี้ กนง. จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงอย่างมากจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งส่งผลให้การแพร่ระบาดมีแนวโน้มควบคุมได้ยากขึ้น

ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขของไทยเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น คาดว่าภาครัฐจึงจำเป็นต้องต่ออายุมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการจ้างงาน และมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ทรุดตัวไปกว่าเดิม

ดังนั้น มาตรการทางการเงินแบบผ่อนคลายยังคงมีความจำเป็นในการช่วยประคับประคองเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการทางการคลังที่ออกมาเพิ่มเติม ซึ่งในการประชุมกนง.ที่จะถึงนี้ คาดว่ากนง. น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เพื่อเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามสถานการณ์เศรษฐกิจแย่ลงไปกว่านี้ ท่ามกลางความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ที่มีจำกัด

ในขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะยังคงมุ่งเน้นการใช้มาตรการที่ตรงจุดเพื่อช่วยลดภาระหนี้สินของภาคธุรกิจและครัวเรือน โดยล่าสุดธปท. ร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและสมาคมธนาคารนานาชาติได้เห็นร่วมกันออกมาตรการเร่งด่วนด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้ SMEs และ รายย่อย เป็นระยะเวลา 2 เดือนให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งในพื้นที่ควบคุมฯ และนอกพื้นที่ควบคุมฯ ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของทางการ

 อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์เศรษฐกิจแย่ลงกว่าที่คาด กนง. คงเผชิญแรงกดดันให้ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า โดยการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายยังคงเป็นทางเลือกหนึ่งที่กนง. อาจนำมาพิจารณา

ทั้งนี้ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปลายไตรมาส 3ปี2564 และส่งผลให้ทางการยังจำเป็นต้องต่ออายุมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดต่อไปในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความเสี่ยงเชิงลบเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งทางภาครัฐคงจำเป็นต้องออกมาตรการทางการเงินและการคลังเพิ่มเติมเพื่อเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ

โดยธปท. น่าจะยังคงมาตรการเฉพาะจุดที่ช่วยลดภาระหนี้สิน เช่น การพักชำระหนี้ ต่อไป ขณะที่ มีความเป็นไปได้ที่กนง. อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะข้างหน้าหากมีความจำเป็น เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยลดภาระทางการเงินของครัวเรือนและภาคธุรกิจอย่างทั่วถึง

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อโลกขาขึ้น และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณถอนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเร็วกว่าที่คาด อาจนำมาซึ่งความท้าทายในการดำเนินนโยบายทางการเงินของธปท. โดยนโยบายการเงินของเฟดที่เปลี่ยนไปในทิศทางเข้มงวดมากขึ้นจะส่งผลให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets)ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าประเทศ อื่นๆ อันส่งผลให้กนง. อาจจำเป็นจะต้องพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายสวนทางกับธนาคารกลางอื่นๆ จะยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดเงินทุนไหลออกจากตลาดเงินไทย และอาจเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า 

12


เรียกว่าชวนเหล่าแขกรับเชิญที่สลัดคราบนักร้องมาแข่งขันหาคู่รักตัวจริงโดยเฉพาะใน “รายการ Couple or not? คู่ไหน...ใช่เลย” ทั้ง “ซีดี–กันต์ธีร์” นักเต้นเท้าไฟ และ “แกรนด์–กรณ์ภัสสร” สาวแซ่บสุดเซ็กซี่ตัวแม่ ต้องมาประชันกับ “ว่าน–ธนกฤต” ควงศิลปินในค่าย “น้องแซนดี้–ญาณิศา” นักร้องสาวน้อยเสียงหวานวัย 13 ปี ที่ส่งเพลงแรก “สวัสดีความรัก” มาทักทาย

งานนี้พิธีกรฝีปากฮา “ต้นหอม–ศกุนตลา, นุ้ย–ธนวัฒน์” ขอซอกแซกถึงการมาคู่กันของ แกรนด์–ซีดี ที่มาครั้งนี้เตรียมมีโปรเจกต์อะไรหรือเปล่า

แกรนด์ เผยว่า “ใช่แล้วค่ะ กำลังจะมีผลงานใหม่ออกมาให้ได้ชมกันหลังจากที่แกรนด์ห่างหายการทำเพลงไปประมาณ 6-7 ปี ซึ่งตอนนี้กำลังจะกลับมาทำเพลงให้ทุกคนหายคิดถึงแล้ว โดยมีน้องชายสุดที่รักอย่าง ซีดี ที่เราทั้งแต่งเพลงและฟีเจอริงกัน บอกได้เลยว่างานนี้ยังคงแดนซ์กันกระจายเหมือนเดิม จะเป็นเมื่อไรต้องรอติดตามชมกันนะคะ”

ส่วนเกมการแข่งขันรับประกันความมันส์ ลุ้นกันว่าระหว่าง “แกรนด์–ซีดี” และ “ว่าน–แซนดี้” คู่ไหนจะเข้ารอบแจ็กพอตคว้าเงินสะสมไปได้ วันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค.นี้ เวลา 16.00 น. ทางช่อง 3HD.

13
#มีดโกนหนวด #โกนหนวด #ใบมีดโกนหนวด #มีดโกนขน #โกนขน #ด้ามโกนหนวด

14
ซ่อมหลังคาเขตสมุทรปราการ

15
มีประกัน2ปี ทุกชิ้นส่วนไม่เว้นแม้แต่หัวพิมพ์

หน้า: [1] 2 3 ... 95